ประวัติการแจกพระ

ถูกโพสท์แล้ว กุมภาพันธ์ 22, 2010 โดย akenut
หมวดหมู่: การแจกพระ

ประวัติการแจกพระ
( ปิดการแจก ทุกรายการแล้ว )

1.ด่วน แจกพระปทุมเจ็ดสระ 50 องค์ (ปิดแล้ว)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=74217

2.ด่วน แจกฟรี พระกำลังจักรพรรดิ์ 300 องค์ (ปิดแล้ว)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=81544

3.ด่วน แจกฟรี ลป.ทวด เปิดโลกเปิดบารมี 100 องค์(1) (ปิดแล้ว)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=78573

4.แจกฟรี ลป.ทวด เปิดโลกเปิดบารมี 100 องค์ (2) (ปิดแล้ว)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=83479

5.แจกฟรี 300 ชุด ข้าวสารเกราะเพชร (ปิดแล้ว)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=80357

6.แจกธาตุกายสิทธิ์ 500 ชุด ให้ทหาร 3 จว.ชายแดนภาคใต้ (ปิดแล้ว)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=80403

7.แจกฟรี ธาตุกายสิทธิ์ 500 ชุด ให้ครูที่อยู่ 3 จว.ชายแดนภาคใต้ (ปิดแล้ว)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=82004

8.แจกฟรี น้ำมันชาตรี ลพ.ฤาษี วัดท่าซุง จำนวน 50 ขวด (ปิดแล้ว)
http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=93295

9.แจกฟรี เทียนเสริมมงคลชีวิต 50 ชุด (ปิดแล้ว)
http://watthummuangna.com/board/showthread.php?t=1716

10.ด่วน แจกฟรีน้ำมันชาตรี ลพ.วัดท่าชุง 55 ขวด (ปิดแล้ว)
http://www.watthummuangna.com/board/…ead.php?t=2279

11.ฟรี ยาใจคลายทุกข์ (ปิดแล้ว)
http://board.palungjit.com/showthread.php?t=106051

12.ฟรี แจกพระธาตุ 100 ชุด ช้าอด (ปิดแล้ว)
http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=2789

13.แจกฟรีพระธาตุ 50 ชุด ช้าอด (ปิดแล้ว )
http://www.watthummuangna.com/board/…ead.php?t=3721

14.โครงการทีมงานเครือข่ายแก้วจักรพรรดิ์ครั้งที่ 1 ปิดแล้ว
http://www.watthummuangna.com/board/…ead.php?t=4524

15.รับสมัครทีมงานแก้วจักรพรรดิ์รุ่น 2 ปิดแล้ว
http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=5309

16.แจกพระบรมธาตุแก่ผู้ร่วมบุญปัจจัยสร้างพระผงจักรพรรดิ์ ปิดแล้ว
http://www.watthummuangna.com/board/…ead.php?t=5708

17.แจก…หลวงปู่ดู่ ขนาด 2 นิ้ว ปิดแล้ว
http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=6160

18.รับสมัคร ผู้ร่วมบุญแจกพระ สมเด็จองค์ปฐม ปิดแล้ว
http://board.palungjit.com//showthread.php?t=144080

19.แจก พระหลวงปู่ดู่ ขนาด 2 นิ้ว ต้อนรับปีใหม่ ปิดแล้วเด้อ
http://www.watthummuangna.com/board/…ead.php?t=8093

20.รับสมัครทีมงานแก้วจักรพรรดิ์รุ่น 3 ปิดแล้ว
http://www.watthummuangna.com/board/…ead.php?t=7381

21.รับทีมงานแก้วจักรพรรดิ์ รุ่น 4 ภูเขาบุญ ปิดแล้ว
http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=8617

22.รับทีมงาน แก้วจักรพรรดิ์ รุ่น 5 ปิดแล้ว
http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=9574

23.แจกฟรี พระสมเด็จองค์ปฐม ถึง 10 /9/52 ปิดแล้วจ้า
http://powerprotectionss.blogspot.com/2009/08/blog-post.html

24.แจก พระธาตุพระปัจเจกพุืทธเจ้าหรือพระธาตุพระสิวลี ปิดการแ่จกวันที่ 12 ต.ค. 52
http://powerprotectionss.blogspot.com/2009/09/blog-post_27.html

25.แจก หลวงปู่ทวด แก้วจักรพรรดิเสริมดวง ถึงวันที่ 13/11/52 ปิดแล้ว
http://powerprotectionss.blogspot.com/2009/10/blog-post.html

26.แจกพระ หลวงปู่ทวด บรรจุพระธาตุ ให้แก่ วัด /สำนักสงฆ์ -ส่งซองมาภายในวันที่ 6/2/2553  ปิดแล้ว

http://board.palungjit.com/f69/ปิดแล้ว-แจกพระ-หลวงปู่ทวด-บรรจุพระธาตุ-ให้แก่-วัด-สำนักสงฆ์-ส่งซองมาภายในวันที่-6-2-2553-a-225201.htm

ข้างในลูกแก้วจักรพรรดิ์ มีพระ…..?

ถูกโพสท์แล้ว กุมภาพันธ์ 22, 2010 โดย akenut
หมวดหมู่: ข้างในลูกแก้วจักรพรรดิ์ มีพระ...

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ดังที่ผมจะเล่าให้ทุกๆท่านฟังดังต่อไปนี้ เกิดขึ้นได้ก็เพราะ หลวงปู่ดู่ท่านเมตตาสงเคราะ์คนหยาบหนา กิเลสท่วมหัวอยางผม

สิ่งที่ผมจะเล่าให้ฟังในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ผ่านมาได้ไม่นานนัก เรื่องก็มีอยู่ว่า กลางปี 2007 ก่อนหน้าที่ผมต้องย้ายมาอยู่ที่ฮอลแลนด์นั้น ผมได้ไปอ่านข้อความจาก หนังสือเล่มนึงเค้าเขียนเกี่ยวกับ หลวงปู่ดู่ ทั้งข้อธรรมมะและประสบการณ์จากลูกศิษย์ลูกหา และตอนจบ

บทสุดท้ายเค้าได้กล่าวเอาไว้ว่า ส่วนมากลูกศิษย์ลูกหามักไม่ค่อยได้เห็น นิมิตรหรือฝันเกี่ยวกับ หลวงปู่ดู่เท่าใดนัก ผมอ่านจบแล้วก็ไม่ได้คิดติดใจอะไร แต่พอตกกลางคืนเมื่อผมได้หลับและฝันเกี่ยวกับหลวงปู่ดู่ ผมฝันว่าหลวงปู่ดู่ ท่านมาหาผมแล้วท่านก็ยืนมือมาแ้ล้วบอกผมว่า” ป่ะแกไปธุดงค์กับข้าเถอะ “ซึงผมก็ตกปากรับคำว่า ครับไปครับหลวงพ่อ แต่ว่าเดี๋ยวผมขออนุญาติไปกราบลาพระก่อนนะครับ

หลังจากนั้นผมก็ ไปกราบลาพระ ซึงมีพระภิกษุสงฆ์อยู่ประมาณ 4-5 รูป ด้วยกัน ส่วนด้านฝั่งตรงกันข้ามมีแม่ชีอยู่ 3-4 รูปนั่งอยู่ ซึ่งทั้งพระและแมีชีท่านได้นั่ง อยู่ตรงข้ามกันเป็นหน้ากระดาน ส่วนผมอยู่ตรงกลาง หลังจากนั้นผมก็ได้ ตั้งใจกราบพระสงฆ์ ซึ่งมีพระองค์นึงอาวุโสที่สุดท่านยิ้มแย้มแ้ล้วรับกราบของผม หลังจากนั้นผมก็หันไปกราบลาแม่ชี ซึ่งก็มีแม่ชีองค์ที่อาวุโสที่สุด

แล้วหลังจากนั้นผมก็ื่ตื่นขึ้นมา และยังแปลกใจว่าเราไม่เคยฝันเห็นหลวงปู่ดู่มาก่อนเลยล้วทำไมเราถึงฝันแบบนี้ ได้ แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีี่ฝันเห็นพระ ถัดจากวันนั้นประมาณเดือนครึ่ง ผมก็ต้องย้ายมาอยู่ที่ ฮอลแลนด์ เป็นการถาวร

แล้วอยู่มาวันนึงผมได้เล่นเน็ต แล้วได้ไปเจอกระทู้แจกพระผงจักรพรรดิฟรี ผมก็เลยได้เข้ามารู้จัก เว็ปวัดถ้ำเมืองนะ แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจ นั่นก็คือ ผมเห็นรูปหลวงตาม้า ผมก็จำได้ทันทีว่านั่นพระองค์ที่เราไปกราบลานี่นา ส่วนแม่ชีที่เห็นในฝันก็คือแม่ชีปิ๊กนี่แหละครับ ก็เนื่องด้วย กระแสของกุศลกระแสของธรรม และบารมีของหลวงปู่ดู่ หลังจากนั้นผมก็ส่งข้อความไปหาคุณโด่งเพื่อขอรับพระผงจักพรรดิ คุณโด่งก็ส่งพระกับลูกแก้วมาให้ซึ่งผมดีใจมาก และได้อาศัยพระ ปฏิบัติธรรมอยู่ตลอด

แต่มีอยูวันนึงก็มีพัสดุส่งมาถึงผม เป็นพัสดุจากพี่สายสิญย์ ข้างในเป็น พระสมเด็จจารดินสอ ของหลวงปู่ดู่ ผมดีใจมากไม่คิดเลยว่าจะไ้ด้พระ แท้และทันหลวงปู่ดู่ พอผมได้มาก็เอามากำ นั่งสมาธิ คืนแรกสมาธิจิตดีมากดิ่งและลึก พิจารณาธรรมะ ได้กระจ่างซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก พอคืนที่สอง ผมก็นำพระมากำนั่งสมาธิอีก ปรากฏว่าผมเห็นเหมือน เป็นอีกมิตินึงนะครับเห็นพระภิกษุสงฆ์นั่งเรียงรายกัน อยู่ในพระอุโบสถหลังใหญ่สวยงามมาก ซึ่งผมได้มองพระภิกษุจากหัวแถวจรดท้ายแถวงามสง่ามาก แต่ผมต้องมาสะดุด ก็ตรงองค์ที่ 7 นี่แหละเพราะพระองค์ที่ 7 กลาย เป็นตัวของผมเองเฉยเลย แถมยิ้มมาให้ผมด้วย ณ วินาีทีนั้นผมเข้าใจได้ทันทีเลยว่า ที่หลวงปู่บอกให้เรา ตั้งจิตบวชใจของเราเอง นั้นเป็นอย่างไร เพราะผมก็ตั้งใจเต็มที่เอาชาตินี้เป็นชาิติสุดท้าย ตายเป็นตาย คำสอนของหลวงปู่ดู่ นี่แหละครับตรงที่สุด ถึงที่สุด คุณของพระไม่มีประมาณจริงๆครับ

เมื่อก่อนผมเคยอ่านหนังสือของหลวงพ่อฤาษีที่ท่านสอนให้เวลาทำบุญอะไรก็ ให้นึกถึงซึ่งพระนิพพาน เวลาทำบุญอะไรผมก็อฐิษฐาน อย่างนี้ตลอดแต่ก็ไม่เ็ต็มหัวใจ มันจะคอยมีแต่เสียงๆนึงดังแ้ย้งตลอดว่า ไม่เอาพระนิพพานจะขอบำเพ็ญเพื่อช่วยเหลือคนอื่น แต่ผมก็จะเอาพระนิพพานท่าเดียว จนได้มาฝันเกี่ยวกับหลวงปู่ดู่ นี่แหละครับ จิตถึงหลุดจากตรงนั้น และมุ่งตรงเื่พื่อมรรคผล พระนิพพานเพียงอย่างเีีดียว

ผมมีอีกเรื่องนึง จะเล่าใ้ัห้ฟังคือประมาณเดือน ตุลา ปีที่แล้ว ผมไ้ด้ไปเที่ยวที่อิตตาลี แถวๆทะลสาป คาดาเมียร์ แล้วผมได้นำเอาลูกแก้วจักรพรรดิ เพื่อเอาไปปรับภพ ปรับภูมิที่นั่น ไปเที่ยวได้ 2 อาทิตย์แล้วก็กลับ พอขากลับผมก็กำลูกแก้วแล้วสวดบทพระมหาจักรพรรดิ และปรับภพ ปรับภูมิไปตลอดทาง คือผมกับครอบครัวเราขับรถไปเที่ยวที่อิตาลี่กันนะครับ ส่วนผมก็นั่งสวดปรับภพ ปรับภูมิ ตลอด แต่พอขับรถมาถึงกลางทางอยู่ๆผมก็เห็นด้วย จิต( คือลืมตาอยู่ แต่ข้างในมันจะเห็นนะครับ ไม่ได้มองเห็นด้วยตาเปล่า) ว่า

ข้างในลูกแก้วมีพระมหาจักรพรรดิแบบ ที่อยู่บนหน้าเว็บนี่แหละครับ นั่งอยู่ เห็นชัดมากๆยิ่งเราสวดองค์พระมหาจักรพรรดิ ก็เริ่มแดงขึ้นๆ จากแดงก็กลายสีขาว จากขาวก็กลายเป็น สีแก้วมณีประกายสว่างจ้ามากขึ้นๆ จนประกายจ้าสว่างครอบคลุมรถทั้งคัน แ้ล้วองค์พระมหาจักรพรรดิ ก็ขยายใหญ่ขึ้นๆๆๆ ใหญ่ซะจนเรารู้สึกว่าองค์ท่านใหญ่กว่าภูเขาสิบลูกรวมกันซะีอีก

หลังจากนั้นพอผมลองอฐิษฐานให้พระมหาจักรพรรดิ เล็กลง หรือใหญ่ ขึ้นก็จะเป็นไปตามที่ อฐิษฐานทันที แถมผมยังพูดคุยกับพระมหาจักรพรรดิ ที่อยู่ในลูกแ้้ก้ว ได้เหมือนกับพูดคุยโต้ตอบกัน เฉยเลย แถมตอนหลังจากที่ เราเห็นองค์พระมหาจักรพรรดิ แล้วนั้น พอดีกับที่รถข้างหน้า อยู่ๆก็เบรคชะลอ แต่ทางรถของเรากลับ เบรคไม่ทัน ซึ่ง ณ ตอนนั้น จิตใจเราไม่ได้มีความกลัวเลยเพราะ จิตตอนนั้นเป็นสมาิธิมาก จิตไม่ได้ไปปรุงแ่ต่งอารมณ์่ี ที่เกิดขึ้น นั้นเลย และก็ มีความรู้สึกว่าองค์พระมหาจักรพรรดิท่านพูดว่าไม่เป็นไรหรอก เราป้องกันเอาไว้อยู่ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกัน กับที่ผม บอกองค์พระมหาจักรพรรดิ ช่วยป้องกันภยันอันตรายด้วยแล้วรถก็หยุดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นี่คือประสบการณ์ ่ีที่ประสบพบเจอและเกิดขึ้นกับตัวของ ผมเอง….. ….รักและปราถนาดี กับกัลยาณมิตรที่มากด้วยธรรมทุกๆท่าน ผมหวังว่าบทความของผม ที่ผมได้เ่่ล่าใ้ห้พวกคุณฟังกันอยู่นี้ จะช่วยคนที่ท้อถอย และที่ยังไม่มั่นใจในการปฏิบัติ ตามแนวทางขององค์หลวงปู่ดู่ได้มีกำลังใจในการปฏิบัตขึ้นมาบ้าง ไม่มากก็น้อย พวกเราศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ นี่แหละครับ ที่จะช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนา ให้ครบ 5,000 ปี ผมขออนุโมทนากุศลผลบุญกับทุกๆท่านด้วยนะครับ

สุดท้ายนี้ กรรมอันใดที่ข้าพเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้ง ต่อทุกๆท่านทั้งหลายก็ดี ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ทั้งที่รู้และไม่รู้ก็ดี ตั้งแต่อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ขอให้ทุกท่านทั้งหลายได้โปรด อโหสิกรรมและอดโทษให้แ่ก่ข้าพเจ้า นับตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป จนตราบเท่าเข้าถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ

การใช้ลูกแก้วมหาจักรพรรดิ ปรับภพภูมิ

ถูกโพสท์แล้ว กุมภาพันธ์ 19, 2010 โดย akenut
หมวดหมู่: การใช้ลูกแก้วมหาจักรพรรดิ ปรับภพภูมิ


ลูกแก้วมหาจักรพรรดิ

(อธิษฐานจิต โดยหลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ)

หลักการ

ตามปกติแล้ว พระเครื่องที่สร้างด้วยผงจักรพรรดิ หรืออธิษฐานจิตด้วยเน้นในแนวบุญฤทธิ์ (พุทธบารมี-โพธิสัตว์บารมี-คุณพระบารมี) พระเครื่องนั้นจะมีรังสี-ฉัพพรรณรังสีที่สว่างไสว แม้ในบางวาระสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อทีเดียว แสงสว่างนี้จึงเป็นเสมือนแหล่งดึงดูดความสนใจให้แก่ภพภูมิทั้งหลาย ด้วยเพราะในโลกทิพย์นั้น อย่างเทวดาในชั้นต่างๆ ท่านวัดกำลัง วัดศักดา วัดมหิทธานุภาพ กันด้วยแสงสว่างเป็นหลัก ด้วยเพราะรูปสมบัติ และทรัพย์สมบัตินั้นสมบูรณ์พร้อมกันแล้ว แสงสว่างนี้นอกจากเป็นแหล่งดึงดูดความสนใจแล้ว ยังเป็นเสมือนแหล่งบุญ หรืออาหารบุญที่เหล่าภพภูมิต้องการพึ่งพระบารมี (เช่นเดียวกับผู้ที่รักษาศีล ปฏิบัติธรรมนั้น ย่อมมีความผ่องใส มีความสว่างในตัว เทวดาท่านมักจะให้การปกปักษ์รักษาดูแล และมาร่วมโมทนาบุญด้วยเสมอ)

บทขอขมาพระรัตนตรัย

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
ขอพระองค์ได้อดโทษทั้งปวง แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด
อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
ข้าพระพุทธเจ้า ขอวโรกาส ที่ได้พลั้งพลาดด้วยกาย วาจา ใจ
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต
ขอพระองค์ได้อดโทษทั้งปวง แก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด
อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
ข้าพระพุทธเจ้า ขอวโรกาส ขอขมาโทษทั้งปวง ต่อคุณพระพุทธเจ้าด้วยเถิด

“หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธ เจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม และ พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยทางกาย หรือวาจาก็ดี และด้วยเจตนา หรือไม่เจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดอดโทษ ให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ด้วยเทอญ …”

ตัวอย่างคำอธิษฐาน และวิธีการอธิษฐานจิต

๑. กำลูกแก้วในมือ จิตใจตั้งมั่นผ่องใส โน้มใจสื่อถึงพระตามถนัด จากนั้นกล่าวคำ อธิษฐานว่า

“ลูกขออาราธนาพระบารมีแห่งองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมดทั้งมวล ตั้งแต่องค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิ จนถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหา จักรพรรดิทุกๆพระองค์ พระบารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทุกชั้นภูมิ ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน-และอนาคต โดยมี บารมีรวมของหลวงปู่ทวด-หลวงปู่ดู่-หลวงตาม้าท่านอันเป็นที่สุด

ขอหลวงปู่ได้โปรดมีพระเมตตา ให้ดวงแก้วพระจักรพรรดินี้ เป็นดวงแก้วมหาจักรพรรดิ ปรับภพภูมิ-แต่งเมือง
ขอพระฉัพพรรณรังสีแห่งพระรัตนตรัยทั้งหมดทั้งมวล จงแผ่จากดวงแก้วมณีนี้ไปใน พื้นที่ ที่เป็นอนันต์ เพื่อยังการปรับภพภูมิ ครอบวิมานแก้ว ให้แก่เหล่าดวงจิต ดวงวิญญานทั้งหลาย

ตลอดจนถึงการปรับสภาวะธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ ฤดูกาล สรรพสัตว์ พืชพรรณธัญญาหาร ทั้งหมดทั้งมวล ให้สมดุลบริบูรณ์พร้อม ให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์เจริญงอกงาม ปราศจากสิ่งรบกวน
ให้ บ้านเมืองมีแต่ความร่มเย็น เป็นพื้นฐานอาวาสเป็นที่สบาย เพื่อเอื้อต่อการปฏิบัติธรรม เอื้อต่อการก้าวย่างสู่สัมมาทิฐิแห่งภพภูมิทั้งหลาย โดยขอให้ทรงไว้ตลอดทุกขณะเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ต่อเนื่องสืบไป

ขอให้กระแสแห่งดวงแก้วนี้ กับดวงจิตทุกดวงทั่วทั้งแสนโกฐจักรวาลอนันตจักรวาล จงเชื่อมประสานกัน เมื่อดวงจิตใด ภพภูมิใด กล่าวสัพเพ อัญเชิญพระเข้าตัว ขอกระแสพระบารมีจงเชื่อมมายังดวงแก้วจักรพรรดิเหล่านี้ เพื่อเพิ่มกำลัง โดยแม้ผู้นั้นจะรู้ก็ตาม ไม่รู้ก็ตาม เจตนาก็ตาม มิเจตนาก็ตาม “

๒. ให้โน้มใจศรัทธาตั้งมั่น ผ่องใสเบิกบาน กล่าว คาถา มหาจักรพรรดิ จำนวนกี่รอบก็ได้ ตามความพอใจ หรือจนกว่าจิตจะเป็นสมาธิ มีอารมณ์ผ่องใสเบิกบาน ทรงภาพพระได้ชัดเจน

คาถา มหาจักรพรรดิ

นะโม พุทธายะ พระพุธทไตรรัตนะญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะสุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีทานังวะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง
อะหังวันทามิทูระโต
อะหังวันทามิธาตุโย อะหังวันทามิสัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ “

๓. จากนั้นจึงกล่าวคำ อัญเชิญพระเข้าตัว เพื่ออธิษฐานจิตฝากและเชื่อมกระแสว่า

สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส

(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำบารมีพระเข้าตัว และรวมกำลังมาอยู่ที่ดวงแก้วมหาจักรพรรดินี้ จากนั้นให้ปิดด้วยบทคาถาอธิษฐานจิตว่า)

พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ

๔. หลังจากนั้นให้กล่าวอธิษฐานต่อภพภูมิ ฝากให้ภพภูมิดูแลดวงแก้วนี้

ขออย่าได้ตกอยู่ในสถานที่หรือผู้ที่ไม่เหมาะสม เพื่อป้องกันการปรามาสโดยไม่ตั้งใจของผู้ไม่รู้ ด้วยเพราะรูปลักษณ์ ภายนอกที่มองดูเหมือนลูกแก้วที่ใส่ตามตู้ปลา หรือที่ใช้ดีดเล่นมาก เด็กอาจจะนำไปดีดเล่น หรือคนไม่รู้อาจจะไปเหยียบย่ำไม่รู้คุณค่าได้โดยกล่าวว่า

” ขอเทพไท้เทวดาทั้งหลาย ภพภูมิทั้งหลายทั้งหมดทั้งมวล อนันตจิตอนันตธาตุทั้งหมดทั้งมวลที่เกี่ยวข้องกับธาตุ-อณูธาตุของดวงแก้วนี้ ไม่ว่าจะเป็นแสนโกฐอสงไขย หรืออนันตอสังไขย ใดก็ตาม

ขอจงมาร่วมอนุโมทนาบุญ มาช่วยกันปกปักษ์รักษาดูแล และร่วมเพิ่มกำลังแก่ดวงแก้วนี้
ขออย่าได้ตกอยู่ในสถานที่ หรือบุคคคลที่ไม่เหมาะสม เพื่อมิให้เกิดการปรามาสในพระรัตนตรัย โดยมิเจตนา
แก่หมู่เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ตั้งแต่บัดเดี๋ยวนี้จนถึงอนาคตกาลอันสมควรโน้นด้วยเทอญ”

จากนั้นจึงกล่าว สัพเพอัญเชิญพระเข้าตัวอีกครั้ง (ตามข้อ 3 )

๕. การปฏิบัติหลังจากอธิษฐานประดิษฐานดวงแก้วจักรพรรดิแล้ว : ให้หมั่นสัพเพกระแสพลังงานไปยังดวงแก้วทั้งหลายโดย อธิษฐานเชื่อม กระแสดวงแก้วทุกดวง เป็นดั่งเครือข่ายเชื่อมต่อถึงกัน นิมิตเป็นสายฉัพพรรณรังสี โยงใยถึงกัน และให้เกิดความสว่างไสวครอบคลุมทั่วทั้งประเทศไทย หรือทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอ (รูป-ธาตุได้วางไว้แล้ว ให้หมั่นอธิษฐานนามคือพลังงานบุญ ประจุเพิ่มพลังงานอยู่สม่ำเสมอ) โดยเฉพาะเมื่อเวลาสวดมนต์ใหญ่ 20.30 น.ของทุกวัน

การเลือกสถานที่จะทำการปรับภพภูมิ แต่งเมือง

1. เป็นสถานที่ยากแก่การเข้าถึง เป็นสถานที่ห่างไกล เช่น ตามเทือกเขา ท้องทะเลลึก ภูเขา ป่าเขา
2. เป็นสถานที่พลุกพล่านไปด้วยคน ด้วยวิญญาณต่างๆ เช่น ตลาดสด โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า
ศาลเจ้า สุสาน ป่าช้า สถานที่รกร้าง บ้านร้าง จุดที่เกิดอุบัิติเหตุบ่อย ๆ เมรุเผาศพ อ่างเก็บน้ำ เขื่อน โรงฆ่าสัตว์ เรือนจำ ฯลฯ
3. เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น วัด วัดร้าง สถานปฏิบัติธรรม สำนักสงฆ์ อนุสาวรีย์วีรชนต่างๆ เมืองเก่า
4. บรรจุในองค์พระ วางบนมือของพระพุทธรูป หรือบรรจุในกรุ ในเจดีย์
5. ประดิษฐานไว้ที่รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ จักรยาน พกติดตัว
6. บ้านพักอาศัย คอนโด หอพัก สถานที่ท่องเที่ยว

ย่อความจาก
http://board.watthummuangna.com/showthread.php?t=4488

การนำพระผงกรรมฐานมาใช้ในการภาวนาในการฝึกวิชาเปิดโลก และการปรับภพปรับภูมิ

ถูกโพสท์แล้ว กุมภาพันธ์ 14, 2010 โดย akenut
หมวดหมู่: พระผงกรรมฐาน

บทสวดพระมหาจักรพรรดิ
นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ

มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา

พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ

พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา

อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง

อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย

อะหังวันทามิ สัพพะโส

พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

ขอนำหนึ่งในวิชาที่หลวงปู่ท่านได้เมตตาสอนไว้ให้ลูก ศิษย์ซึ่งท่านได้รับวิชานี้มาจากมาจากเบื้องบนมาแนะนำกันครับ

หลวงตาม้าท่านสำเร็จวิชาเปิดโลกมาจากหลวงปู่ดู่อีกทีหนึ่งและเมตตานำมา สอนอยู่ในปัจจุบัน (ปัจจุบันผู้ที่แตกฉานวิชาหลวงปู่ที่ยังหลงเหลืออยู่ก็คือท่านหลวงตาม้า)

เบื้องต้น เมื่อมีองค์พระแล้ว อาราธนามาไว้ในมือแล้วสวดบทเจริญพระกรรมฐานด้วย บทสรรเสริญพุทธคุณ บท อาราธนาศีล บทบูชาหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ และ บทขอขมาพระรัตนตรัย แล้วต่อด้วยบทพระมหาจักรพรรดิ

จากนั้นจึงทำสมาธิในอิริยาบถที่เราถนัด
กำพระไว้ในมือ น้อมนึกอาราธนา กำลังจากองค์พระมาที่จิตเป็นการเพิ่มกำลังจิตในการภาวนาของเราแล้วน้อม พลังงานพุทธคุณนี้มายังฐานที่เราใช้ในการทำสมาธิด้วย

เช่นหากทำแนวอานาปานสติก็น้อมมาที่ลมหายใจ หรือถ้าเป็นแนวกำหนดสมาธิเฉพาะจุด(ที่เป็นสมถะ)เช่นที่หว่างคิ้ว ก็น้อมมารวมที่นั้น โดยนิมิตใดๆที่จะให้กำหนดต่อไปก็กำหนดไว้ที่ฐานที่เราใช้ในการทำสมาธิของเรา การบริกรรมใช้คำภาวนาพุทธคุณใดก็ได้

พุทโธ หรือ ภาวนาไตรสรณคมน์ไปเรื่อยๆ

แต่แนะนำให้ใช้บทสวดพระจักรพรรดิมาใช้เป็นคำบริกรรมในการทำสมาธิเพราะจะได้ ผลเร็วที่สุด(ควรท่องจำให้ขึ้นใจและในชีวิตประจำวัน นึกได้เมื่อไรไม่ว่าทำ อะไรอยู่ก็บริกรรม สบายๆในจิตของเรา จะเป็นการทรงจิตเราให้เป็นทิพย์และเป็นกำแพงแก้วคุ้มตัวเราด้วย)

การกำหนดนิมิตที่ฐานที่เราใช้ในการทำสมาธิ ให้กำหนดเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง จักรพรรดิ หรือจะเป็นหลวงปู่ทวด หรือ หลวงปู่ดู่ก็ได้

กำหนดนิมิตเบาๆ พร้อมไปกับการ ภาวนาคำบริกรรมเมื่อทำได้คืบหน้าแล้วจะรู้ที่จิตเองโดย พลังงานของครูบาอาจารย์ที่คุมการภาวนาเราอยู่จะสื่อมาที่เรา(เพราะก่อนนั่ง เราอัญเชิญท่านมาแล้ว)และพระท่านจะมาสอนเราในสมาธิได้เมื่อสมาธิเราละเอียด เข้าหรือใจทรงความเป็นทิพย์ได้ดีขึ้นและวางอารมณ์ได้สบายๆ และหากถึงจุดๆ หนึ่งจะทำให้สามารถสัมผัสโลกทิพย์ได้ซึ่งมีประโยชน์ที่จะทำให้เราเข้าใจความ จริงของธรรมชาติได้ สรุป

ย่อๆก็คือเรานำพระมากำก็เพื่อเพิ่มกำลังจิตในการทำสมาธิของเรา

ใช้อธิษฐานทำน้ำมนต์รักษาโรค

พระผงกรรมฐานสูตรหลวงปู่ดู่ จะมีการแช่น้ำมนต์จักรพรรดิ ก่อน ๓ – ๑๕ วัน น้ำมนต์จักรพรรดินี้รักษาโรคและปรับธาตุ ๔ ในร่างกายได้ดีมาก (ประสบการณ์ตรง) เรื่องหวัดนกที่เรากลัวกัน นอกจากจะใช้วิชาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในการป้องกัน รักษาแล้ว ก็สามารถใช้น้ำมนต์จักรพรรดิป้องกันและรักษาได้เช่นเดียวกัน (หลวงปู่ดู่ท่านทราบล่วงหน้าเรื่องโรคระบาดต่าง ๆ และได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าเช่นกัน) พระผงกรรมฐานนี้ จึงใช้แช่น้ำมนต์รักษาโรคได้ บางโรคสามารถรักษาให้หายขาดได้ บางโรคที่อาการหนักมากๆ ก็

สามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ลองทำตามวิธีการต่อไปนี้ดู

วิธีการ
๑. ให้นำพระเลี่ยมก็ได้ไม่เลี่ยมก็ได้ไม่ต่างกัน มากำสวดพระคาถามหาจักรพรรดิ ๗ จบ แล้ว อธิษฐานว่า ขออาราธนาเชิญบารมีพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ บารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ บารมีรวมพระโพธิสัตว์ทุก พระองค์พระธรรม บารมีรวมพระอริยะสงฆ์ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด ขอหลวงปู่ได้โปรดรวมบารมีทั้งหมดทั้งมวลแผ่มายังน้ำบริสุทธิ์นี้ ให้มีพุทธานุภาพ ธรรมานุ ภาพ สังฆานุภาพ และมหิทธานุภาพ

เพื่อใช้ในการมงคลทั้งปวง เพื่อใช้ในการปรับธาตุทั้ง ๔ และรักษาโรคภัยทุกประเภท ขอบารมีอันหาที่สุดมิได้ของหลวงปู่ จงโปรดให้เป็นไปตามคำอธิษฐานแห่งข้าพเจ้านี้ด้วยเถิด

จึงค่อย ๆ จุ่มพระลงในภาชนะใส่น้ำ (พระสูตรหลวงปู่ดู่สามารถแช่น้ำได้ สำหรับองค์ที่ยังไม่เลี่ยม ยิ่งแช่น้ำพระยิ่งแกร่ง ไม่ต้องกังวลว่าพระจะเปื่อยยุ่ยแตกหัก)

๒. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว


สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา

พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง
อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกับแสงนั้นก็พุ่งตรงไปยังน้ำทั้งภาชนะ และจะรู้สึกว่าน้ำนั้นจะมีกระแสเย็นชุ่มชื่น ดื่มกินแล้วก็รู้สึกสดชื่น)

พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ(ให้อธิฐานจิตน้อมนำพลังงานแผ่ออกไป)


การนำไปใช้จริง


๑. บ้านใดที่มีถังน้ำใหญ่ หรือโอ่งมังกร แนะนำให้แช่พระไว้ตลอดอย่างนั้น จะได้ไม่ต้องอธิษฐานหลายครั้งครับ ให้กินอาบ ใช้ จนเลือดจนเนื้อ เป็นกำลังพระจักรพรรดิเลยครับ ทำได้อย่างนี้ ผิวพรรณจะเยาว์ลง และยังมีผลเรื่องป้องกันรังสีนิวเคลียร์ด้วย


๒. จะใช้กิน อาบ ล้างอะไรก็แล้วแต่ ได้ทั้งนั้น มีคนเคยถามหลวงปู่ว่าไม่เป็นอะไรหรือ หลวงปู่ก็ว่า ” น้ำมนต์ข้าเป็นของดี จะเอาไปทำอะไรก็ดีหมด ”


๓. หัวเชื้อน้ำมนต์จักรพรรดินี้ต่อได้เหมือนน้ำมันชาตรีของหลวงพ่อปาน หรือของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ หลวงตาม้า ท่านบอกว่า ” แม้เพียงหยดเดียวของน้ำมนต์จักรพรรดิ เมื่อหยดลงในตุ่ม น้ำทั้งตุ่มนั้นก็จะกลายเป็นน้ำมนต์จักรพรรดิหมด ” เราก็แช่พระไว้ในภาชนะใดก็ได้ตลอดเวลา แล้วคอยเติมอยู่เสมอไม่ให้แห้ง แล้วก็เอาน้ำมนต์หัวเชื้อนี้คอยเติมภาชนะ

ต่าง ๆ เอา จะเอาไปแจกจ่ายก็ได้ครับ

๔.ไม่ต้องกลัวพระธรรมธาตุหลุดครับ พระธรรมธาตุท่านเกาะที่ผิวพระอยู่แล้ว เพียงแต่อย่าเอาอะไรไปขัดไปถูเป็น ใช้ได้

การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

ถูกโพสท์แล้ว กุมภาพันธ์ 14, 2010 โดย akenut
หมวดหมู่: การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

การบูชาพระบรมสารีริกธาตุจากชมรมโลกทิพย์ครับ เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่นำพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับไปบูชาครับ

1.การจัดที่บูชา
การตั้งพระธาตุและภาชนะที่รองรับ ภาชนะที่รองรับพระธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุจะต้องเป็นผอบไม้จันทร์ โถกระเบื้องเล็กๆ ที่มีฝาครอบก็ได้ หรือจะเป็นเจดีย์ไม้เล็กๆ ก็ได้
ควรรองภายในด้วยสำลี แล้วทับด้วยผ้าขาวอีกทีหนึ่ง แล้วจึงอัญเชิญพระธาตุวางข้างบน
ผอบพระบรมสารีริกธาตุควรไว้สูงกว่าพระบูชา
แตถ้าสถานที่ไม่อำนวยจะวางไว้หน้าพระบูชาก็ได้แต่ควรมีพานเล็กๆ รองรับผอบ

โต๊ะบูชาไม่ควรสั่นหรื่อโยกเวลาเดินผ่าน จะต้องมั่นคงแข็งแรง
เคยอ่าน เขาจะบรรจุดอกพิกุลเงินพิกุลทอง และไม้จันทร์ขีดเล็กๆ ไว้กับพระธาตุ ต้องใช้ไหมเจ็ดสีมณีเจ็ดอย่างจะถูกโฉลก

แต่ที่เรามีไว้ในบ้าน เราจะเอาสำลีวางรองไว้ในผอบ ตัดผ้าแดงวางทับสำลี เอาไหมเจ็ดสีตัดเป็นเส้นเล้กๆ วางบนผ้าแดง แล้วตัดผ้าขาววางทับลงไปอีกแล้วจึงอัญเชิญพระธาตุวางไว้ข้างบน

การที่เอาผ้าแดงวางไว้ใต้ผ้าขาว เพราะเขาถือว่าพระธาตุมีเทพรักษาและสีแดงเป็นสีของเทพ

การถวายน้ำจัน ผมว่าอาจจะพิมพ์ผิด น้ำจัน ความหมายคือ เหล้าหรือสุรา ซึ่งขัดกับศีลข้อ 5 ในที่นี้ผมว่าน่าจะเป็นน้ำมันจันทร์ ซึ่งของแท้จะมีราคาค่อนข้างสูง บางแห่ง ที่คุยกับพระอาจารย์ที่เสด็จมาเรื่อยๆ ท่านใช้น้ำอบปรุงรส เจ้าคุณ นำมีสีเขียว สกัดจากเกสรดอกไม้
อยางไรก็ดีที่กล่าวมาเป็นอามิสบูชา ซึ่งควรต้องปฏิบัติควบคู่กับการสวดมนต์ กรรมฐานด้วย ถ้าพระบรมสารีริกธาตุหรือพระธาตุที่ได้รับมาจริง คุณมีศรัทธา มีบุญบารมี และปฏิบัติบูชาให้มากๆ อธิษฐานจิต ในความคิดผม ผมเชื่อว่าพระธาตุอาจแสดงอะไรบางอย่างให้ทราบว่าเป็นพระธาตุได้ครับ หรือไม่อาจมีพระธาตุเสด็จมาเอง

อีกแหล่งข้อมูลหนึ่งที่แนะนำวิธีบูชา การอัญเชิญ ลองเข้าไปที่ http://www.relicsofbuddha.com ซึ่งผมได้คัดลอกมาครับ

2.วิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

การจะบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้นก่อนอื่นต้องชำระล้างร่างกาย ทำจิตใจ ให้สะอาดผ่องใส จัดหาดอกมะลิใส่ภาชนะบูชา ตั้งสักการะ ณ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วจุดธูปและเทียน ตั้งใจให้เป็นสมาธิ กราบ 3 ครั้ง แล้วจึงตั้งนะโม 3 จบ กล่าวคำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

คำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุ มีอยู่มากมายทั้งภาษาบาลี และภาษาไทย แต่ที่พบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป และกระทำได้โดยง่ายนั้นคือ

คำกล่าวพรรณนาพระบรมสารีริกธาตุ

” อะหัง วันทามิ ทูระโต
อะหัง วันทามิ ธาตุโย
อะหัง วันทามิ สัพพะโส “

*คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ก็สามารถนำมาใช้กล่าวบูชาได้เช่นกัน*

การบูชาพระธาตุนั้น นอกเหนือจากการบูชาด้วย “อามิสบูชา” เช่น การบูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และ เครื่องหอมต่างๆแล้ว การบูชาด้วยการ “ปฏิบัติบูชา” ซึ่งเป็นวิธีที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่นิยมปฏิบัติควบคู่ไปด้วย ในการบูชาซึ่งพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุทั้งหลาย โดยทั่วไปนิยมปฏิบัติตามแนวอริยมรรค 8 ประการ สรุปโดยย่อได้แก่

1. การบูชาด้วยศีล ซึ่งศีลเป็นพื้นฐานและเป็นที่ตั้งมั่นแห่งการทำความดี เป็นเกราะป้องกันความชั่วทั้งปวง ไม่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ทำให้เกิดความพร้อมต่อการปฏิบัติสมาธิ (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ)

2. การบูชาด้วยสมาธิ ซึ่งการสวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ดูลมหายใจเข้า-ออก เป็นการฝึกความเข้มแข็งของจิต ให้มีกำลังในการพิจารณาหลักธรรมต่างๆได้ตามความเป็นจริง (สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ)

3. การบูชาด้วยปัญญา คือการใช้ปัญญาพิจารณาหลักความเป็นจริง ตามหลักไตรลักษณ์ (สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ)

นอกจากนี้ การบูชาพระธาตุยังได้ประโยชน์ ในด้านเป็นอนุสติ 10 อีกด้วย ดังนี้คือ

พุทธานุสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า (พระบรมสารีริกธาตุ)
ธัมมานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระธรรม (ธรรมที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
สังฆานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ (พระสงฆ์สาวกธาตุ)

สีลานุสสติ คือ การระลึกถึงศีลของตน (ผลของศีลที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
จาคานุสติ คือ การระลึกถึงทานของตน (ผลของทานที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
เทวตานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณที่ทำบุคคลให้เป็นเทวดา (เทวดารักษาพระธาตุ)

มรณานุสสติ คือ การระลึกถึงความตายที่จะมาถึงตน (แม้พระอริยเจ้าก็ต้องตาย)
กายคตาสติ คือ ระลึกทั่วไปในกาย ให้เห็นว่าไม่งาม น่าเกลียด (เมื่อตายแล้วก็เหลือเพียงกระดูก)
อานาปานสติ คือ การระลึกถึงสติกำหนดลมหายใจเข้าออก (ผลของสมาธิที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
อุปสมานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณพระนิพพาน (แดนพระนิพพานที่พระอริยเจ้าได้ก้าวล่วง)

วิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ
สำหรับบ้านที่มีพระบรมสารีริกธาตุไว้บูชาอยู่แล้วคงจะทราบดี เป็นที่น่าแปลกคือ พระบรมสารีริกธาตุนั้น สามารถเพิ่ม หรือลดจำนวนได้เอง โดยสามารถเสด็จไปไหนมาไหนเองก็ได้ แม้ว่าจะเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทดีสักเท่าใดก็ตาม โดยเชื่อกันว่าหากไม่ดูแลรักษาเอาใจใส่ ประดิษฐานไว้ในที่ไม่สมควร หรือขาดการถวายความเคารพแล้ว พระบรมสารีริกธาตุอาจเสด็จหายจากสถานที่นั้นๆก็เป็นได้ โดยทางตรงกันข้าม หากได้รับการปฏิบัติบูชาดี ผู้สักการบูชา มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์ อยู่ในศีลธรรม พระบรมสารีริกธาตุก็อาจเพิ่มจำนวนได้เช่นกัน

3. วิธีอัญเชิญโดยทั่วๆไปมีดังนี้

1. จัดที่บูชาให้สะอาด
2. ตั้งพานมะลิบูชา (ถ้ามี)
3. นำน้ำสะอาดใส่ขันสัมฤทธิ์ตั้งไว้หน้าที่บูชา (ตามวิธีโบราณ)
4. ชำระล้างร่างกายให้สะอาด

5. ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง มีสมาธิ
6. สมาทานศีล
7. ระลึกถึงพระพุทธคุณ (ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิโสฯ)
8. สวดคาถาอัญเชิญพระธาตุ ดังนี้

” อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ “

* การเสด็จมาอาจมีด้วยกันหลายวิธี เช่น เสด็จมาเอง มีผู้มอบให้ แบ่งองค์ ฯลฯ

พระธาตุแก้วจักรพรรดิ

ถูกโพสท์แล้ว กุมภาพันธ์ 14, 2010 โดย akenut
หมวดหมู่: พระธาตุแก้วจักรพรรดิ

พระธาตุพุทธนิมิต แก้วจักรพรรดิ

บทความโดย.. กฤษณะ ไตรลักษณ์

เรียบเรียงโดย น้ำใส

“พระธาตุแก้วจักรพรรดิ์” จัดเป็นพระบรมสารีริกธาตุ ประเภทพุทธนิมิต หรือทางภาคเหนือเรียก พระธาตุเชียงแสน พบมากทางภาคเหนือตอนบน บริเวณแถบชายแดนไทย -พม่า เมื่อ ก่อนที่ผมเคยได้มาจากผู้อื่น ผมเคยมีความลังเลสงสัยว่า ลักษณะคล้ายเม็ดกันความชื้น แต่ความสงสัยได้หายไป เมื่อท่านเสด็จมาที่บ้านของผมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน้อง ๆ กลุ่มวัชรธาตุได้พบเห็นอยู่เป็นประจำ (มีต่อ…)

จากประสบการณ์ของผมนั้น หากเปรียบเทียบระหว่างพระธาตุแก้วจักรพรรดิ และเม็ดกันความชื้น จะมีความแตกต่างกันหลายประการเช่น….

  1. พระธาตุแก้วจักรพรรดิ สามารถเปลี่ยนสีได้ทันทีทันใด หรือตามกำลังบุญของผู้ดูแลแต่เม็ดกันความชื้นเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา
  2. สีของพระธาตุจักรพรรดิจะเข้มกว่ากับเม็ดกันความชื้น หากนำมาเปรียบเทียบจะมีสีแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
  3. พระธาตุแก้วจักรพรรดิจะมีความเปราะบางกว่าเม็ดกันความชื้น จะแตกง่ายกว่า
  4. พระธาตุจักรพรรดิสามารถโตขึ้นได้ ซึ่งเม็ดกันความชื้น จะมีขนาดเท่าเดิม
  5. ขนาด ของพระธาตุแก้วจักรพรรดิ จะไม่เท่ากัน เล็กสุดขนาดประมาณเม็ดผักชี ถึงใหญ่สุดเท่าเมล็ดถั่วลิสง ส่วนเม็ดกันความชื้นจะมีขนาดเท่ากัน
  6. พระ ธาตุแก้วจักรพรรดิมักพบตามเจดีย์เก่า ๆ ซึ่งมีอายุนับร้อย ๆ ปี ที่ผุพังตามกาลเวลา ส่วนเม็ดกันความชื้นนั้น เป็นสารสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกิดมาได้ไม่ถึง 50 สิบปี

นอกจากนี้ลักษณะพระธาตุ จักรพรรดิ หรือพระธาตุเชียงแสนที่อัญเชิญมาจะได้จากในถ้ำนั้น จะมีคราบหุ้มคล้ายสนิมขาว ๆ หรือคล้ายเมือกขาวๆ หุ้มอยู่ เมื่ออัญเชิญมาแล้วจะต้องใช้ทินเนอร์หรือน้ำมันจักรล้างออก เป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่า พระธาตุแก้วจักรพรรดิ จะเปลี่ยนสีตามคุณธรรมของผู้ดูแล ลักษณะสีจะคล้ายแก้วนาคา หรือเพชรนาคา

เมื่อ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา ผมได้นำพระธาตุแก้วพรรดิที่อัญเชิญมาได้ นำไปให้ครูบาท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นับถือในแถบภาคเหนือ(ขออนุญาตสงวนฉายาของท่าน) ท่านได้กล่าวกับกลุ่มวัชรธาตุว่า พระธาตุที่ได้มาเป็นพระธาตุเชียงแสน เป็นพระธาตุพุทธนิมิต

อีกประการหนึ่ง เคยได้สอบถามกับลูกศิษย์ของครูบาท่านนี้ ท่านมีพระธาตุแก้วจักรพรรดิอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ทราบว่า เมื่ออดีตคุณลุงของท่าน เคยใช้รถไถนาแถบเชียงแสน คราดของรถไถไปโดนซากเจดีย์ ซึ่งไม่เคยทราบมาก่อนว่า บริเวณนั้นเป็นเจดีย์เก่า ไปโดนผอบเป็นดินเผาโบราณ ภายในบรรจุพระธาตุเชียงแสน หรือพระธาตุแก้วจักรพรรดิอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อร่อนออกมาได้ครึ่งกระสอบ


และมีผู้ใช้เรือดูดทรายจากลำน้ำ โขง ได้ดูดเอาพระธาตุจักรพรรดิปนมากับทรายด้วย สันนิษฐานว่า มีวัดได้จมในลำน้ำโขงอยู่เป็นจำนวนมาก นับร้อย ๆ วัด เท่าที่ทราบพระธาตุแก้วจักรพรรดิบางส่วนก็หลุดมาจากฝั่งพม่า จากถ้ำ และเจดีย์เป็นจำนวนมาก ตามความเห็นส่วนตัวของผม น่าจะเสด็จมารับรองในการตรัสรู้แห่งองค์สมเด็จพระศรีอาริยเมตไตรย หากเทียบเวลาระหว่างโลกมนุษย์ และโลกทิพย์ เป็นระยะเวลาไม่นานนัก

ตามความคิดเห็นส่วนตัวของผมอีก ประการ คนเรามักยึดตำราโบราณมากเกินไป จนเกิดความเข้าใจผิด และเกิดการปรามาสพระรัตนตรัยโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากไม่มีระบุไว้ในคำราโบราณ อีกประการหนึ่ง น้อยคนที่จะได้พบเห็นพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันต์ธาตุจริงๆ เพราะส่วนใหญ่จะบรรจุที่สูง ยากต่อการได้พบเห็นและได้พบเห็น ซึ่งจะทราบเฉพาะในวงแคบๆ เท่านั้น

แต่ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีเจริญขึ้น ทำให้คนทั่วไปได้มีการได้พบเห็นพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ทั้งสัณฐานและวรรณะต่างๆที่ไม่มีระบุไว้ในตำราเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายๆ ท่านเกิดลังเลสงสัย ผมว่าเราควรจะเปิดใจกว้างในเรื่องนี้ แต่ไม่ใช่งมงาย โดยยึดหลักเหตุตามคำสอนของพระพุทธศาสนา และ ผมคงขอกล่าวประโยคง่าย ๆ เช่นเดิม คือ
พุทโธ อัปปมาโน ธัมโม อัปปมาโน สังโฆ อัปปมาโน

คัดลอกจาก เวปวัชรธาตุ หัวข้อ พระธาตุพุทธนิมิต “แก้วจักรพรรดิ” ตอนที่ ๑

การบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ แก้เคราะห์ เสริมดวง

ถูกโพสท์แล้ว มกราคม 25, 2010 โดย akenut
หมวดหมู่: เสริมดวง, แก้เคราะห์

แก้เคราะห์ เสริมดวง

มีหลายท่านมาถามผมว่า
การกราบพระเจดีย์ใหญ่ๆๆที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ หรือว่า พระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่รอยพระพุทธบาทของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น

ทำได้อย่างไร แล้วมีอานิสงส์อย่างไร

ผมจึงขอเล่าให้ฟังเรื่องนี้หลวงปู่จันทา ถาวโรประธานสงฆ์ วัดป่าเขาน้อย พิจิตร
ท่านบอกว่าการกราบไหว้บูชาพระบรมธาตุเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หรือพระพุทธรูปโบราณนั้นเป็นการเคารพในพุทธบารมีพระพุทธเจ้าและเป็นพุทธานุ สสติสามารถเอาพระพุทธบารมีเป็นที่พึ่งได้ หากกระทำการให้ถูกต้องและที่สำคัญในการกราบที่ถูกต้องจะต้องมีการอัญชลีประ ทักษิณาวรรตตามแบบโบราณ

หากใครทำได้ก็สามารถเอาพระพุทธบารมีนี้ทำให้พ้นเครา ห์ได้ครับ เรื่องนี้เรื่องจริง คราวที่คุณพ่อผม โดนผู้มีอิทธิพลทางการเมืองตั้งกรรมการสอบสวน ท่านบอกว่าทุกข์ใจมาก ไปกราบหลวงปู่จันทา ท่านก็แนะนำวิธีการประทักษิณาวรรตให้ไปกราบหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวงและกระทำประทักษิณาวรรตถวายเป็นพุทธบูชา

ปรากฏว่าต่อมาผู้มีอิทธิพลได้ค่อยๆๆเสื่อมอำนาจจนคุณพ่อผมถูกตัดสินว่า บริสุทธิ์ ได้กลับไปกราบแทบเท้าหลวงปู่จันทาอีกครั้ง หลวงปู่จันทาบอกว่าท่านไม่ได้ช่วยอะไร ที่ช่วยคือพุทธบารมีของพระพุทธเจ้า เพราะคุณพ่อผมไปกระทำประทักษิณาวรรตรอบพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอันเป็นการ ขอพึ่งพระพุทธบารมี

หลวงปู่บอกว่าผู้ใดเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งก็ย่อมพ้นภัยดังนั้นแหล่ะน้อ
ดังคำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ แปลว่าข้าพเจ้าขอยึดเอาพระพุทธเจ้าเป็นสรณะเป็นที่พึ่งที่ระลึกกำจัดภัยได้ จริง นี่เป็นประสบการณืที่ปฏิบัติแล้วเห็นผลจริงจึงขอนำมาลงให้อ่านกันครับ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ตามเจตนารมย์หลวงปู่จันทาด้วยครับ

วิธีการไหว้และประทักษิณาวรรต(เวียนสามรอบ) พระบรมธาตุเจดีย์ พระพุทธรูป หรือรอยพระพุทธบาท
มีดังนี้ครับ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุท ธัสสะ (3 จบ)
อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เอวัง ธาตุโย จัตตารี สะสะมา
ทันต เกสา โลมา นะขา ขีจะ อะหัง วันทามิ ธาตุโย
ข้าพเจ้า ขอน้อมนมัสการ พระบรมสารีริกธาตุ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันตสาวกทั้งหลาย

ส่วน คาถาที่ใช้กระทำการเดินเวียนเทียนสามรอบของสำนักอื่นไม่ทราบจริงๆครับแต่มี ที่ หลวงปู่จันทา ถาวโร ได้แนะนำคุณพ่อผมไว้มีวิธีดังนี้ครับ

ก่อนเดินเวียนให้ตั้งใจกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยดังนี้
อิมินา สักกาเรนะ พุธ์ธัง อภิปูชยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อภิปูชยามิ
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อภิปูชยามิ

ต่อจากนั้นก็ให้กล่าวคาถาบูชาพระรัตนตรัยต่อไป คือ
พุทธปูชา มหาเตชวันโต
ธัมมปูชา มหาปัญญวันโต
สังฆปูชา มหาโภควโห ติโลกนาถัง อภิปูเชมิ

จากนั้นพึงนั่งประณมมือ ตั้งใจยึดถือเอกพระรัตนตรัยเป็นสรณ ไม่ถือสิ่งอื่นยิ่งไปกว่าจนตลอดชีวิตแล้วว่า
พระไตรสรณคม คือ
พุท์ธังสรณังคัจฉามิ
ธัมมังสรณังคัจฉามิ สังฆังสรณังคัจฉามิ

ทุติยัมปิพุท์ธังสรณังคัจฉามิ
ทุติยัมปิธัมมังสรณังคัจฉามิ
ทุติยัมปิสังฆังสรณังคัจฉามิ

ตติยัมปิพุท์ธังสรณังคัจฉามิ
ตติยัมปิธัมมังสรณังคัจฉามิ
ตติยัมปิสังฆังสรณังคัจฉามิ

เมื่อจบพระไตรสรณคมแล้วพึงสวดคาถาพระพุทธคุณต่อไป คือ
อิติปิโสภควา อรหังสัมมาสัมพุท์โธ วิช์ชาจรณสัมปันโน สุคโตโลกวิทู อนุต์ตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุส์สานัง พุทโธภควาติ

เมื่อ สวดพระพุทธคุณจบแล้วให้เหนี่ยวโน้มใจระลึกถึงพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระกรุณาคุณของพระพุทธเจ้าจนเห็นแจ่มแจ้งชัดดังที่ระลึกนั้น แล้วจึงว่า
พุท์ธัง ภควันตัง อภิวาเทมิ

เสร็จแล้วกราบลงหนนึง
ให้เงยหน้าขึ้นนั่งตรงในท่าเดิมว่าคาถาพระธัมคุณ คือ
สวาก์ขาโต ภควตาธัมโม สันทิฏ์ฐิโกอกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปนยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญ์ญูฮีติ
แล้วพึงให้เหนี่ยวโน้มใจให้ระลึกถึงคุณพระปริยัติธรรม พระปฏิบัติธรรม พระปฏิเวธธรรม จนเห็นแน่ชัด ตามที่ระลึกนั้น จากนั้นพึงให้ว่า
ธัมมัง นมัสสามิ
เสร็จแล้วกราบลงหนนึง

เงยหน้านั่งตรงในท่าเดิม ว่าคาถาพระสังฆคุณ คือ
สุ ปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ อุชุปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ ญายปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ สามีจิปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ ยทิทัง จุตตาริ ปุริสยุคานิ
อัฏฐปุริสปุคคลา เอสภควโต สาวกสังโฆ อาหุเนย์โย ปาหุเนย์โย ทักขิเนย์โย อัญชลีกรณีโย อนุต์ตรัง ปุญญักเขต์ตัง โลกัสสาติ
แล้ว พึงให้เหนี่ยวโน้มระลึกถึงพระสังฆคุณ คือความปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติถูก ปฏิบัติควร ของพระอริยสงฆ์ จนเห็นแจ่มแจ้งชัดแล้วตามที่ระลึกนั้น จากนั้นพึงให้ว่า
สังฆัง นมามิ
เสร็จแล้วกราบลงหนนึง

แล้วอธิษฐานขอกระทำประทักษิณเวียนสามรอบ(พระบรมสารีริกธาตุ พระเจดีย์หรือ พระพุทธรูปสำคัญ)
รอบที่1ให้ภาวนาว่า
พุทโธ

รอบที่2ให้ภาวนาว่า
สัมมาอะระหัง

รอบที่3ให้ภาวนาว่า
พุทโธ กรรมฐาโม กรรมจุติ สัมพุทโธ
เมื่อ เสร็จแล้วจึงกลับมายังหน้าพระบรมธาตุเจดีย์ที่จุดเดิมที่เริ่มเดิน หรือหน้าพระพุทธรูป หรือรอยพระพุทธบาท แล้วจึงกราบขอพรดังปรารถนาดังนี้
อุกาสะ อุกาสะ อุกาสะ ด้วยอานิสงส์ที่ข้าพเจ้าได้กระทำประทักษิณาวรรตถวายเป็นพุทธบูชานี้ (ขอตามปรารถนา )
****************
ชี้แจง มีหลายท่านถามมาว่า ทำไมเดินจงกรม
รอบที่1 คำว่า พุทโธ อันนี้หลวงปู่จันทาท่านว่า ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นคำบริกรรมในสายพระป่า
รอบ ที่2 สัมมา อะระหัง หลวงปู่บอกว่าคำภาวนานี้แรงมาก สามารถกำจัดเคราะห์และมารภัยทั้งหลายได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งครูบาเหนือชัย(พระขี่ม้า)ท่านก็ถอนยาสังด้วย สัมมาอะระหัง เช่นกัน
รอบที่ 3 คำว่า พุทโธ กรรมฐาโม กรรมจุติ สัมพุทโธ คาถานี้เป็นคำบริกรรมในสายหลวงพ่อเงิน บางคลาน ซึ่งตามประวัติหลวงพ่อเงิน บางคลานท่านก็ได้พัดยศด้านพระวิปัสนาจารย์ จาก สมเด็จมหาสมณเจ้ากรมพระวชิรญาณวโรรส เมื่อคราวมาเรียนกรรมฐานที่พิจิตร หลวงปู่ขวัญ ปวโร วัดบ้านไร่ ท่านมอบถวายหลวงปู่จันทาในฐานะสหายธรรม (เห็นได้ว่าพระสงฆ์ไม่มีแบ่งนิกายกันอยู่ต่างนิกายก็เป็นสหายธรรมได้)

หลวงปู่จันทาท่านว่าคำบริกรรมนี้ดีมากแปลก็ดีเลยอรรถาธิบายให้คุณพ่อผมได้ เข้าใจ ท่านจดมาดังนี้ คำนี้หมายถึง เมื่อเอา พระพุทโธคือ พระพุทธเจ้าเป็นกรรมฐาน ก็ขอให้กรรมใดล้วนอโหสิกรรม (คือคำว่ากรรมจุติ ,จุติแปลว่าตาย)หรือระงับการจองเวรกัน ด้วยบารมีพระพุทธเจ้า คือพระสัมพุทโธ จึงรวมกันว่า พุทโธกรรมฐาโม กรรมจุติ สัมพุทโธ เป็นคำบริกรรมสายหลวงพ่อเงินบางคลาน ที่มีที่มาคำแปลลึกซึ้งครับ ก็นำมาเล่าให้ทุกท่านที่สงสัยกันครับ

hฟฟp://www.buddhakhun.org/main//index.php?topic=2527.msg6400#msg6400